รู้จัก Agentic AI: 4 องค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ AI “คิด–วางแผน–ลงมือทำ” ได้เหมือนคน

ในยุคที่องค์กรต้องการความเร็ว การตัดสินใจแบบเรียลไทม์และความแม่นยำ การใช้ AI รูปแบบเดิมที่ทำหน้าที่เพียงตอบคำถามหรือสร้างคอนเทนต์อาจไม่เพียงพออีกต่อไป สิ่งที่องค์กรต่าง ๆ กำลังมองหาในปี 2026 คือ Agentic AI หรือ AI Agent ที่ทำงานได้เสมือน “ผู้ช่วยอัจฉริยะ” ซึ่งเข้าใจบริบทของข้อมูล สามารถคิดวิเคราะห์ พร้อมเชื่อมต่อเครื่องมือต่าง ๆ และลงมือทำงานได้ทันทีแบบอัตโนมัติ

เพื่อที่จะเตรียมความพร้อมขององค์กรสู่การเป็น AI Frontier บทความนี้ MISO จึงอยากจะพาทุกคนมาเริ่มต้นทำความรู้จักกับ Agentic AI ว่ามีองค์ประกอบสำคัญอะไรบ้าง และจะสร้างประโยชน์ต่อองค์กรได้อย่างไรกันนะ?

Agentic AI คืออะไร?

Agentic AI คือรูปแบบ AI ยุคใหม่ที่สามารถรับภารกิจ (Goal-Oriented Tasks) และลงมือทำงานด้วยตัวเองได้จนจบกระบวนการ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การ “ตอบคำถามจากผู้ใช้” แบบ GPT แต่สามารถวิเคราะห์ ตัดสินใจ และทำงานเชิงรุกได้เหมือนผู้ช่วยที่เข้าใจงานจริงขององค์กร

ตัวอย่างงานที่ Agentic AI สามารถทำได้ เช่น

  • ประมวลเอกสารจากหลายระบบ แล้วส่งรายงานให้ผู้บริหาร
  • ทำ Workflow อนุมัติอัตโนมัติระหว่างหลายฝ่าย
  • ตรวจสอบข้อมูลผิดปกติจากหลายฐานข้อมูล
  • ส่งอีเมล/สร้างไฟล์/อัปโหลดข้อมูลไปยังระบบต่าง ๆ

Agentic AI จึงกลายเป็นก้าวสำคัญขององค์กรที่ต้องการสร้าง Autonomous Operations ที่ทำงานตั้งแต่ต้นจนจบได้เองแบบอัตโนมัติ

4 องค์ประกอบสำคัญของ Agentic AI

1) Perception : การรับรู้และเข้าใจบริบทรอบตัว

Perception คือความสามารถที่ทำให้ AI “เข้าใจสถานการณ์” ไม่ใช่เพียงอ่านข้อความตามคำสั่ง
AI สามารถตีความข้อมูลหลายรูปแบบ เช่น

  • อีเมลและข้อความภายในองค์กร
  • เอกสาร Word, Excel, PDF
  • ข้อมูลจากระบบ CRM/ERP
  • รูปภาพ แผนผัง หรือภาพหน้าจอ

สิ่งนี้ช่วยให้ AI ไม่เพียงรู้ว่าต้องทำอะไร แต่ยังรู้ว่า “ทำในบริบทไหน” ซึ่งสำคัญต่อการทำงานแทนมนุษย์ให้ถูกต้องและแม่นยำตามบริบทที่ต้องการ

2) Reasoning & Planning : การคิด วิเคราะห์ และวางแผนงาน

ความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์ทำให้ Agentic AI สามารถ

  • ทำความเข้าใจเป้าหมายที่ซับซ้อน
  • แยกงานออกเป็นลำดับ
  • วางแผนขั้นตอนการทำงาน
  • เลือก Workflow ที่เหมาะสมที่สุด
  • ตัดสินใจตามข้อมูลที่มี

นี่คือหัวใจของ AI ที่มีความ “เป็นตัวแทนของมนุษย์ (Agent)” เพราะมันสามารถคิด ประเมิน และเลือกทำงานโดยไม่ต้องมีมนุษย์คอยกำกับทุกขั้นตอน

3) Tool Usage : การใช้เครื่องมือและเชื่อมต่อระบบภายนอก

นี่คือจุดต่างสำคัญของ Agentic AI ที่เหนือกว่า AI แบบ Chat อย่างชัดเจน โดยสามารถเชื่อมต่อและใช้งานเครื่องมือต่าง ๆ ได้ เช่น

  • SharePoint
  • Microsoft 365
  • CRM / ERP
  • ระบบ HR
  • Line OA
  • API ภายนอก
  • Database และระบบภายในองค์กร

ยกตัวอย่างเช่น
เมื่อได้รับคำสั่งว่า “สรุปยอดขายประจำเดือน พร้อมสร้างไฟล์รายงาน และส่งให้ผู้จัดการฝ่ายขาย” AI Agent จะทำการวิเคราะห์

  1. เข้าไปดึงข้อมูลในระบบ CRM องค์กร
  2. ประมวลผล
  3. สร้างไฟล์ Excel หรือ PowerPoint
  4. ส่งอีเมลผ่าน Outlook

ทั้งหมดทำงานอัตโนมัติ โดยไม่ต้องให้พนักงานช่วยกดปุ่มใด ๆ เอง

4) Memory : ความจำและการเรียนรู้ต่อเนื่อง

Agentic AI สามารถจดจำเนื้อหาในแชตเก่า ๆ ได้ โดยความสามารถนี้จะช่วยลดเวลาการกรอกข้อมูลใหม่ได้เป็นอย่างดี

  • จดจำสิ่งที่เคยทำ แล้วเรียนรู้จากผลลัพธ์
  • ปรับปรุงกระบวนการในงานรอบถัดไป
  • เข้าใจบริบทขององค์กรมากขึ้นเรื่อย ๆ

นี่คือสิ่งที่ทำให้ Agentic AI พัฒนาได้ไม่หยุดนิ่ง และทำงานได้ฉลาดขึ้นเมื่อใช้ไปเรื่อย ๆ ซึ่งมีผลดีอย่างมากต่อการช่วยลดเวลาป้อนข้อมูลและบริบทใหม่ในแต่ละแชต 

ทำไม Agentic AI จึงสำคัญกับองค์กรในปี 2026?

✓ ลดงานทำซ้ำของพนักงาน

ลดเวลาในงานที่ต้องทำประจำ เช่น อัปเดตข้อมูล สรุปรายงาน ส่งอีเมล follow-up

✓ เพิ่มความเร็วในการตัดสินใจ

AI สามารถวิเคราะห์ข้อมูลหลายระบบพร้อมกัน และรายงานผลแบบ Real-time

✓ เชื่อมข้อมูลและ Workflow หลายระบบเข้าด้วยกัน

ลดการทำงานแบบมือ ใช้ Workflow ที่เชื่อมหลายระบบเพื่อเพิ่มความลื่นไหลของกระบวนการ

✓ ขับเคลื่อน KPI ระดับองค์กรได้อย่างเป็นรูปธรรม

เมื่อ AI ปรับปรุงกระบวนการทำงานแบบอัตโนมัติ ทำให้ผลลัพธ์ด้านประสิทธิภาพ ต้นทุน เวลา และคุณภาพงานดีขึ้นอย่างวัดผลได้จริงในระดับองค์กร

ทั้งหมดนี้ช่วยให้องค์กรก้าวสู่การเป็น Frontier Firm ที่ผสาน AI เข้ากับการทำงานของพนักงานในองค์กรได้อย่างลงตัว

🤖 เริ่มสร้าง Agentic AI ในองค์กรได้ทันทีด้วย Microsoft 365 Copilot Business

Copilot Business คือจุดเริ่มต้นที่ง่ายที่สุดในการนำองค์กรเข้าสู่ยุค Agentic AI ใช้งานได้ทันที ไม่มีความยุ่งยาก ไม่ต้องเขียนโค้ด มีความสามารถครบ 4 องค์ประกอบ ทั้งเข้าใจในบริบทองค์กร พร้อมคิดวิเคราะห์ข้อมูลได้ตามที่สั่งการ จดจำข้อมูลในแชตก่อนหน้าได้ และสามารถเชื่อมต่อแอปพลิเคชันใน Ecosystem ของ Microsoft 365 ได้ เช่น Outlook Word Excel พร้อมมีระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูลองค์กรไม่รั่วไหลด้วย Microsoft Purview

ในอนาคตคุณสามารถขยายสู่ Copilot Studio เพื่อสร้าง Agent เฉพาะทางขององค์กรได้ด้วยเช่นกัน

ให้ MISO Digital ช่วยคุณเริ่มต้นสร้าง AI Agents ในองค์กรวันนี้

🚀 ยกระดับองค์กรด้วย Microsoft 365 Copilot Business
💙 พร้อมบริการตั้งค่า ติดตั้ง และให้คำปรึกษาโดยทีมผู้เชี่ยวชาญด้าน AI และ Modern Work
👉🏻 รับโปรโมชันในราคาพิเศษ ลดสูงสุด 50% คลิกเลย

Partnering with You at the AI Frontier
🌐 www.miso.co.th
📩 solutions@miso.co.th
📞 +(66) 62-621-1118

บทความแนะนำสำหรับคุณ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

  • Home
  • About Us
  • Solutions
  • MISO.academy
  • Blog
  • Contact